บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

บทนำ

Salil Sangbunjob
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2560 - 17:18 น.
6


     ผมสลัดความเหนื่อยล้า ก้าวเดินยาวๆกึ่งโยนตัวไปตามทางมุ่งสู่ห้องเก็บของและสินค้าเบ็ดเตล็ด อนูฝุ่นทึ่เกาะอยู่ตามทางเดินฟุ้งขึ้นมาตามจังหวะก้าวอย่างอ้อยอิ่ง แรงโน้มถ่วงที่น้อยกว่าบนโลกทำให้มันเป็นแบบนั้น เลี้ยวขวาที่หัวมุมสุดท้ายก็ถึง พยายามปลดแอร์ล็อคอยู่ซักพักก็ผลักประตูเข้าไป ดีนะที่ไม่มีสนิมไม่งั้นคงต้องเหนื่อยยิ่งกว่านี้อีก

     สิ่งของเครื่องใช้ถูกทิ้งวางไว้ระเกะระกะท่ามกลางความมืด ผมเอื้อมมือสัมผัสแผงไฟฟ้าพลันทั้งห้องก็สว่างโพลนจากกระแสไฟที่มาจากเครื่องปั่นนิวเคลียร์ขนาดจิ๋วอันทรงพลังของอานานิคมนี้ ผมพิจารณาคำสั่งที่ได้รับมาในขณะที่เดินสำรวจไปรอบๆบริเวณอย่างเงียบๆ แม้แต่เสียงวิทยุก็เงียบกริบเช่นกัน เมื่อตอนเช้ามีสัญญานแจ้งเตือนบ่งบอกถึงความผิดปกติมาจากบริเวณนี้อยู่หลายรอบโดยไม่ทราบสาเหตุ ผ่านมาหลายชั่วโมงโดยไม่มีใครตื่นตัวที่จะมาตรวจเช็คหรือแก้ไข จนถึงเวลาที่ผมเข้างาน เบ็ดเสร็จ 14 ชั่วโมงที่ปล่อยให้มันร้องอยู่อย่างนั้น 'เจริญดีแท้' ผมคิด ส่วนนึงคงจะมาจากเหตุผลที่ระยะทางมันค่อนข้างไกลจากบริเวณส่วนที่ทำงานหรือที่อาศัยอยู่มาก และการเดินผ่านชั้นบรรยากาศที่เบาบางก็ไม่ได้สนุกหรือเบาแรงอย่างที่คิด การบังคับตัวเองไม่ให้หลุดระยะไปชนโน่นชนนี่ถือว่าเป็นการเปลืองแรงอยู่ไม่ใช่น้อย และมันก็ไม่รับประกันด้วยว่าการเดินไปเดินกลับครั้งนี้จะคุ้มค่ากับที่ลงแรงไปซักเท่าไหร่นัก

     ผมเดินมาหยุดที่หน้าแผงคอนโทรลของห้องพอดีกับที่ความคิดอันฟุ้งซ่านระคนเบื่อหน่ายได้เริ่มทำความรำคาญให้กับสมองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวบรวมสมาธิอยู่สองสามวิฯก็เริ่มค้นหาสาเหตุที่ทำให้เกิดสัญญานผิดปกติต่อไป

     กว่าหนึ่งชั่วโมงที่พยายามจะปิดสัญญานเตือน เสียงเรียกของวิทยุสื่อสารเริ่มมีมาประปราย ถึงแม้จะปิดเสียงสัญญานเตือนได้ แต่ไฟสถานะสัญญานเตือนภัยนั้นยังคงปรากฏอยู่ และถ้ามีคำถามมาจากสะพานเดินเรือ ฝ่ายวิศวะกรเช่นผมก็ต้องมีคำตอบให้ 'ช่างแม่งสิวะ อยู่ตั้งนานมำไมไม่เข้ามาดู' ผมเริ่มสบถออกมาเรื่อยๆตามจำนวนนาทีที่เพิ่มขึ้นและความกดดันก็เริ่มเพิ่มขึ้นพร้อมๆกันด้วย

     หมดความอดทนกับแผงคอนโทรลเลอร์ ผมก้าวถอยหลังออกมาช้าๆพลางเริ่มสังเกตุสิ่งรอบตัวอีกที ไล่สายตาไปตามกำแพงในส่วนที่สายไฟเดินออกจากแผงคอนโทรลหลัก การเดินสายไฟหรือสายสัญญานของที่นี่จะเดินไล่ขึ้นไปตามขอบเพดาน ฝังเข้าผนังปิดด้วยแผ่นป้องกันอีกที ผนังจึงเรียบไม่มีอะไรโผล่ขึ้นมาเกะกะ บางช่วงจะมีท่อระบายอากาศโผล่ออกมาใต้รางบ้างเป็นบางจุด ซึ่งถ้าจะเข้าไปตรวจเช็คให้หมดก็ต้องใช้เวลาอีกมากโขอยู่เหมือนกัน แต่ทำยังไงได้ ในเมื่อไม่มีใครมาช่วยก็ต้องรับสภาพกันไป

     หลังจากโยนตัวขึ้นไปตามรางสายไฟที่ออกจากคอนโทรลเลอร์ ไล่หาความผิดปกติทีละส่วนๆ การเกาะห้อยโหนบนกำแพงไม่ได้ยากอย่างที่คิด ความกดอากาศที่บางเบาช่วยในการใต่ได้ดีกว่าการเดินบนพื้นราบเยอะ

     ในห้องไม่มีความผิดปกติอะไร ผมรายงานกลับที่หน่วยพร้อมแจ้งเพิ่มไปว่าจะลองตรวจเช็คในส่วนที่ต่อออกไปตามท่ออากาศ ซึ่งบางท่อต่อออกนอกอาคารที่มีแรงดึงดูดน้อยกว่าข้างในเข้าไปอีก การขออนุมัติการทำงานได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อพูดถึงกำลังคนที่ขอเพิ่มมาช่วย กลับโดนตัดบทอย่างรวดเร็วเช่นกัน

     ผมเริ่มต้นจากเส้นทางที่คิดว่าสายไฟจะเดินต่อเข้าด้านในอาคาร แต่ทุกๆเส้นกลับมาบรรจบกันแล้วพร้อมใจกันเดินออกไปนอกอาคารทั้งหมด ทั้งสายที่เข้ามาและเดินต่อไปส่วนอื่น ผมเริ่มงงๆกับแบบแปลนอาคารขึ้นมาตะหงิดๆ ถึงจะศึกษาแบบแปลนของอาณานิคมนี้มาบ้างแล้ว แต่ไมได้ลงลึกในรายละเอียดไปซะทุกส่วน เน้นที่ใช้งานจริงๆหรือบ่อยๆเท่านั้น ไม่งั้นคงไม่ได้ทำอะไรกันพอดีถ้ามัวแต่จะศึกษาแบบแปลนอย่างเดียว

     พยายามแทรกตัวผ่านช่องระบายอากาศอย่างทุลักทุเลผ่านเส้นทางคดเคี้ยวแต่ไม่ถึงกับเดาทางยากนัก ไล่สายตามทางไปเรื่อยๆก็หลุดออกมานอกตัวอาคาร สวิตช์ปรับแรงดันของชุดสูทส่งเสียงทำงานเพิ่มขึ้นเพื่อสู้กับแรงดึงดูดอันน้อยนิดด้านนอกไมให้เจ้าของชุดหลุดลอยออกไปในห้วงอวกาศอันมืดมิด

     กว่าจะเจอจุดที่เสียหายก็ใช้เวลาพอสมควร คาดว่าน่าจะเกิดจากสะเก็ดหินที่โดนพายุพัดมาบาดซะมากกว่าทำให้เกิดรอยบากแล้วประกายไฟทำให้ช็อตได้ แก้ไขเรียบร้อยก็วิทยุกลับไปบอกที่ศูนย์ให้ลองรีเซ็ทระบบไฟฟ้าและสัญญานดูอีกที ปิดจ๊อบเรียบร้อยก็โรยตัวกลับเข้าทางเดิมที่ออกมา เพราะถ้าเสี่ยงเดินข้างนอก มันอาจจะไกลไปซักหน่อย และก็ไม่ได้เตรียมการรับมืออะไรเซอร์ไพรส์ข้างนอกด้วย อวกาศก็คืออวกาศอยู่วันยังคำ

     เสียงฟู่น่ารำคาญระหว่างการฆ่าเชื้อในแอร์ล็อคดังอยู่นานกว่าปกติแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ การที่จะเข้าออกระหว่างโซนอยู่อาศัยกับโซนอื่นๆต้องผ่านการฆ่าเชื้อทุกครั้ง เพื่อเลี่ยงการติดเชื้อจากสิ่งที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ข้างนอกนั่น เสียงเจ้าหน้าที่ดังโหวกเหวกผ่านลำโพงแข่งกับเสียงซ่า "เฮ่....นายไป..เห..ยียบ อะไร..ม..า รึเปล่า..นั่น.." ผมเหลือบมองที่เท้าของตัวเองพลางยักไหล่ "ไม่รู้เหมมือนกันหว่ะ ไม่ได้สังเกตุ" ซึ่งก็จริง เพราะแถวๆรอบอานานิมไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่มานานแล้ว อาจจะเป็นคราบโคลนของเสีย หรืออะไรซักอย่างที่ปล่อยมาจากอานานิคมก็ได้ ใครจะรู้ ผมถอดชุดสูทออกอย่างรีบๆ เลยไม่ทันสังเกตุว่า คราบสีหม่นๆนั้น ได้ติดตัวผมออกไปจากแอร์ล็อคด้วย.

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20

บทนำ

    • รายงานความไม่เหมาะสม